ดูหนัง จอมขมังเวทย์ 2020 หนังแอ็คชั่นแฟนตาซีสไตล์ไทย

คอ ดูหนัง ไทยคงคุ้นชื่อจอมขมังเวทย์กันดี สำหรับหนังไทยฟอร์มดีที่มาพร้อมเรื่องราวสุดเข้มข้นเมื่อ 14 ปีก่อน ของผู้กำกับ ต้อม ปิยะพันธุ์ ที่มี กอล์ฟ อัครา รับบทนำ ประกบกับ นก ฉัตรชัย จนกระทั่งเวลาผ่านเลยไป เรื่องราว หนังใหม่ ของจอมขมังเวทย์ก็กลับมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์อีกครั้ง ในชื่อของ “ จอมขมังเวทย์ 2020 ” ซึ่งถ้าจะอธิบายจริง ๆ มันก็คือภาคต่อของหนังเมื่อ 14 ปีที่แล้วนั่นแหละ เพียงแต่เรื่องหลักอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันมากนัก มีเพียงตัวละครของ นก ฉัตรชัย ที่กลับมาในภาคนี้ ทำให้ทั้งสองเรื่องยังคงมีความเกี่ยวโยงกันอยู่

จอมขมังเวทย์ 2020 เป็น ดูหนัง ภาคต่อจากจอมขมังเวทย์ในปี 2005 ที่ได้ ต้อม ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ ผู้กำกับคนเดิมจากภาคแรกกลับมารับหน้าที่กำกับ และ ฉัตรชัย เปล่งพานิช กลับมารับบท “ อิทธิ ” จอมขมังเวทย์ในตำนาน ที่ภาคต่อนี้ให้อารมณ์ต่างกับภาคแรกโดยสิ้นเชิง แต่มันคือ หนังใหม่ ไทยที่เราไม่ได้เห็นมานานมาก ๆ กับแอ็คชั่นจัดเต็มขนาดนี้ แถมหนัง เรื่องนี้ ยังทำออกมาได้ไม่ขี้เหร่อีกต่างหาก ในภาคแรกจะมีความเป็นแอ็คชั่นทริลเลอร์ แต่ในภาคนี้คือเน้นแอ็คชั่นแฟนตาซีแบบจัดเต็มเลย 

ดูหนัง

เรื่องราว ดูหนัง โดยประมาณ

ภาคนี้จะเล่าเรื่องราว ดูหนัง 15 ปีหลังจากภาคแรก โดยตัวละครหลักในคราวนี้คือ “ วิน ” รับบทโดย หมาก ปริญ เด็กหนุ่มนักสู้ที่สูญเสียคุณพ่อไปจากการฆ่าของผู้มีอำนาจ เพื่อจะเอาของขลังของพ่อเขาไป วินจึงต้องออกฝึกวิชาอาคมเพื่อนำไปต่อสู้ และแก้แค้นให้กับพ่อของเขา เพราะวินเชื่อว่าเพียงแค่พละกำลังธรรมดาไม่อาจจะสู้ศัตรูที่มีอาคมและวิชาด้านมืดได้ กลุ่มบุคคล หนังใหม่ ที่เขาสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังการตายของพ่อเขาคือสมาชิกของลัทธิความเชื่อหนึ่งที่มี “ ครูเมย์ ” รับบทโดย นก สินจัย เป็นผู้นำ และมี “ ก็อต ” ซึ่งรับบทโดย ก็อต จิรายุ เล่นเป็นตัวละครที่ชื่อเหมือนตัวจริง เป็นผู้นำรุ่นใหม่ ที่มีวิชาแข็งแกร่งไม่แพ้ใคร ซึ่งงานนี้เหล่าบรรดาตำรวจ ต่างไม่มีใครเชื่อว่าลัทธินี้อยู่เบื้องหลัง มองว่าวินนั่นแหละคือคนร้าย มีเพียงตำรวจสาวไฟแรง รับบทโดย คิตตี้ ชิชา ที่เห็นถึงความผิดปกติของเรื่องราวทั้งหมด

บทเรื่องนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนเลย เข้าใจง่ายมาก ๆ

มันคือ ดูหนัง ล้างแค้นสไตล์ไทยเนี่ยแหละ พ่อพระเอกถูกฆ่า พระเอกจึงออกตามไล่ล่าหาคนมารับผิด เลยทำให้ต้องไปปะทะกับคนนู้นคนนี้ เจอตัวร้าย เจอจอมขมังเวทย์ในตำนาน เท่านั้นแหละ แต่เหตุผลในการเกิดแต่ละอย่างนี่มันไม่ค่อยมีเหตุผลเลย เช่นเหตุผลของตัวร้าย หรือถ้าใครได้ดูภาคแรกมาหลังจากอิทธิโดนดูดพลัง ภาคนี้หนังก็ไม่ได้อธิบายว่าอิทธิได้พลังกลับมายังไง แถมเหตุผลหลักที่ทำให้อิทธิกลับมาก็ตั้งแต่ภาคแรกเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีด้วยหรอ และถ้าดูจากในตัวอย่างก็ทำให้คนดูสงสัยอีกว่า อิทธิ เป็นอะไรกับ ครูเมย์ ทำไมครูเมย์ถึงพูดว่า “ นึกว่าตายไปแล้วซะอีก ” ซึ่งใน หนังออนไลน์ ก็ไม่ได้เฉลยด้วยว่าสองคนนั้นเป็นอะไรกัน ยิ่งถ้าใครได้ดูภาคแรกมาจะเกิดคำถามเต็มไปหมดว่า ทำไมเป็นอย่างนั้นนะ ทำไมเป็นนี้นะ อีกอย่างคือหนังไม่ได้ละทิ้งหรือลืมเลือนความเป็นภาคแรกเลย ยังมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคแรก หรือกล่าวถึงตัวละครหมวด สันติ ด้วย

ในเมื่อพูดถึงเรื่องความแฟนตาซีละ ก็ต้องมาพูดถึง ดูหนัง เรื่อง CG คือบอกตามตรงว่าเฉย ๆ ไม่ได้สมจริง ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้เนียนตาเลยด้วย จัดอยู่ในระดับพอได้รู้ว่ามีอยู่แค่นั้น แต่มันคือความจำเป็นต้องมีแหละ เรื่องของสัตว์เวทที่ปล่อยออกมาปะทะกันก็ไม่ได้เยอะแยะ และตัวสัตว์เวทเองจริง ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรสักเท่าไหร่ เรียกว่าน้อยเลยแหละ ถ้าเทียบกับการโปรโมทและหนังทั้งเรื่อง การดำเนินเรื่องนี้เหมือน The Divine Fury ( 2019 ) บทบาทของพระเอก หนังออนไลน์ นี่คือละม้ายคล้ายกับตัวเอกใน The Divine Fury และก็ดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงมาก เดาง่าย ไม่มีอะไรจริง ๆ เบาหวิวเลย และหนังมีความเอาภาพจำจากภาคแรกมาใส่เยอะมาก คืออย่างที่บอกไปตอนต้น ถ้ามองข้ามเรื่องบท ดูหนัง การดำเนินเรื่องอะไรพวกนี้ไป มันสนุกนะ มันคือหนังแอ็คชั่นจัดเลย เจอหน้ากันต่อยกัน วิ่งหนี แล้วก็ต่อยกันอีก เอาเป็นว่าไปเสพความมันกับแอ็คชั่นแล้วกัน

นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวกับความเชื่อ ความศรัทธา น้อยเกินไป

อยากให้ ดูหนัง มันออกมาในอีกรูปแบบมากกว่า อันนี้มันเหมือนเราจับต้องไม่ได้ คือพอพูดเรื่องไสยศาสตร์ จอมขมังเวท ศรัทธา ความเชื่อ งมงาย เรานึกว่าหนังจะนำเสนอแบบทริลเลอร์ ให้เห็นว่าคนมีของพวกนี้มันน่ากลัวนะ เรื่องพวกนี้มันอันตรายนะ หรือสอดแทรกเรื่องพวกนี้เข้ามาบ้างกับยุคปัจจุบัน เอาเรื่องความเชื่อของคนมาเล่น หนังออนไลน์ มันน่าจะเข้าถึงคนดูได้มากกว่า แล้วลดความแอ็คชั่นลงมา ใส่ใจเนื้อหากับบท เพิ่มมิติเบื้องลึกเบื้องหลังตัวละครให้คนดูผูกพันมากกว่านี้ มันน่าจะเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดา และคงจะน่าสนใจมากกว่านี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางด้านตัวละครจริง ๆ แล้วมันแทบจะแบนทุกตัวเลย ยกเว้นตัวของ วิน ที่รับบทโดย หมาก ปริญ นั่นแหละ เป็นตัวละครที่มีการพัฒนา ดูกลมที่สุดในเรื่องละ 

ต้องบอกเลยว่านักแสดง ดูหนัง ในเรื่องนี้เล่นดีทุกคนจริง ๆ ขอพูดถึง หมาก ปริญ ก่อนเลย คือหลังจากปล่อยภาพแรกออกมายอมรับเลยว่าอคติกับตัวหมากก่อนเลย แต่พอเริ่มมีตัวอย่างออกมา คลิปโปรโมทต่าง ๆ ออกมา ความคิดเริ่มเปลี่ยน และพอไปดูด้วยตาตัวเองในหนังต้องยอมรับว่าเล่นได้ดีมาก ตามมาด้วย นก ฉัตรชัย ที่กลับมารับบท อิทธิ คือถ้าใครดูภาคแรกมาบทนี้เป็นยังไง ภาคนี้ก็เป็นแบบนั้น เพียงแต่มีความบู๊มากขึ้น แต่รังศีออร่าความขมังเวทของเขาสูงมาก แค่การปรากฏตัวฉากแรกและสุดท้ายขอยกให้เป็นที่สุดของ moviethai เลย ใช้คำว่าไร้ที่ติ แสดงได้สุดยอด ไม่น่าเชื่อว่าจะมีนักแสดงไทยคนไหนที่แสดงได้ดีและเข้าถึงบทบาท จนเราเชื่อว่าเขาเป็นแบบนั้นจริง ๆ แล้วก็บทตัวร้าย ก๊อต จิรายุ ที่รับบท ก็อด คือเข้าถึงบทบาทมาก คำพูดแต่ละอย่างทำให้คนดูเชื่อได้ เป็นตัวร้ายที่ร้ายทั้งสีหน้า แววตา การพูด สมบูรณ์แบบจริง ๆ นักแสดงหญิงอีกสามคนก็แสดงได้ดี รับผิดชอบในบทบาท หนังออนไลน์ ที่ตัวเองได้รับดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น คิทตี้ ชิชา ในบท หมวดการ์ตูน, นก สินจัย ในบท ครูเมย์ และสุดท้าย แพร์ พิชชาภา ในบท นาว 

สิ่งที่น่าชื่นชมมาก ๆ ไม่แพ้นักแสดง moviethai เลยคือเซ็ทติ้ง เริ่มตั้งแต่ฉากที่เลือกโลเคชั่นได้น่าดูชมมาก และการจัดแสง เล่นแสงสีได้จัดจ้านมาก สวยมากจริง ๆ ใช้คำว่าชอบมากเลยดีกว่า รวมไปถึงมุมกล้องในการถ่ายทำฉากแอ็คชั่นต่าง ๆ ที่ไม่ขี้เหร่เลย ตัดฉึบฉับ ดูรุนแรง รวดเร็ว หวือหวา สรุปแล้วจอมขมังเวทย์ 2020 คือหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีเต็ม ๆ ตัวเลย คนละอารมณ์กับภาคแรกโดยสิ้นเชิง มันเสิร์ฟความบันเทิงเพลิดเพลินให้กับคุณได้ ถ้าใครชอบแนวแอ็คชั่น เตะต่อยแมน ๆ ไปดูได้เลย อย่างน้อยมันเป็น หนังออนไลน์ ที่กล้าฉีกออกจากแนวเดิม ๆ ที่เราเบื่อหน่ายกันช่วงนี้ มันคือแอ็คชั่นสไตล์ไทย ที่เห็นเหล่าจอมขมังเวทมาตีกัน โดยรวมจอมขมังเวทย์ 2020 ถือเป็นหนังไทยที่ควรชื่นชมในงานสร้างอีกเรื่อง ดำเนินเรื่องได้อย่างน่าติดตาม ไม่ว่าคุณจะเคยดูภาคแรกหรือไม่ก็ตาม สามารถมาดูภาคนี้ได้เลย หนังมาพร้อมกับ งานแสงและสีที่น่าตื่นตา จบไปแล้วกับการรีวิวหนังจอมขมังเวทย์ 2020 อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนังและดูหนังบู๊ Action ใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai